
มลพิษจากน้ำมันและคราบไขมันเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและป่าชายเลนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่คลองมณีรัตน์ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งยังไม่มีวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนา "ทุ่นดักจับคราบน้ำมันประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรโฟบิกเมมเบรน" โดยนำดอกธูปฤาษีมาสังเคราะห์เป็นวัสดุเส้นใยนาโนคาร์บอน (Carbon Nanofiber) สำหรับดักจับน้ำมันและคราบไขมัน ร่วมกับการใช้พลาสติก PET จากขยะในป่าชายเลนเป็นวัสดุหลัก แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ แต่ยังสามารถนำน้ำมันที่ดักจับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่อได้ อันเป็นแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบนโลกลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในสาเหตุหลักคือมลพิษทางน้ำ โดยเฉพาะมลพิษจากน้ำมันและคราบไขมัน จากข้อมูลของ The United States Geological Survey (USGS) พบว่าในแต่ละปีมีน้ำมันรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำทั่วโลกถึง 14 ล้านตัน นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีอัตราการปล่อย FOG (fat, oil, and grease) จากครัวเรือนสูงถึง 30,000 ตันต่อวัน ยังไม่รวมถึง FOG จากโรงงานอุตสาหกรรมและการลักลอบทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง มลพิษดังกล่าวส่งผลให้น้ำเน่าเสีย แสงแดดส่องผ่านลงสู่ผิวน้ำได้น้อยลง และการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในน้ำลดลง ทำให้พืชใต้น้ำไม่สามารถดูดซับสารอาหาร รับแสง และออกซิเจนได้ตามปกติ ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตใต้น้ำขาดออกซิเจน ดังเช่นกรณีปลาเก๋าในกระชังของชาวประมงในอ่าวบ้านแหลมกรวด จังหวัดกระบี่ ที่ตายเนื่องจากขาดออกซิเจนอันเป็นผลจากน้ำมันเตารั่วไหลลงทะเลกว่า 10,000 ลิตร ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร และพบว่ามลพิษจากน้ำมันและคราบไขมันในป่าชายเลนบริเวณคลองมณีรัตน์ จังหวัดสมุทรสาคร เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ยังไม่มีวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน โดยสาเหตุหลักมาจากน้ำมันและไขมันจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงน้ำมันจากเรือประมงที่ไหลลงสู่ทะเลและสะสมอยู่บริเวณป่าชายเลน จากการศึกษาปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงได้ออกแบบและพัฒนา "ทุ่นดักจับคราบน้ำมันประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรโฟบิกเมมเบรน" โดยนำดอกธูปฤาษีซึ่งเป็นวัสดุชีวมวลมาสังเคราะห์เป็นวัสดุเส้นใยนาโนคาร์บอน (Carbon Nanofiber) เพื่อทำหน้าที่ดักจับน้ำมันและคราบไขมันเก็บไว้ภายในทุ่น และสามารถนำน้ำมันที่ดักจับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่อได้ แทนที่จะปล่อยให้เป็นของเสียทำลายระบบนิเวศป่าชายเลน ทั้งนี้วัสดุที่ใช้ในการผลิตทุ่น ได้แก่ พลาสติก PET ที่เป็นขยะในป่าชายเลน และดอกธูปฤาษีซึ่งเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าชายเลน

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญอันเนื่องมาจากการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย ความเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรังของผู้สูงอายุมักทำให้เกิดข้อจำกัดต่าง ๆ ในการรักษา ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนมากไม่สามารถรักษาให้หายขาดและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การบันทึกข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยในปัจจุบันยังไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างยากลำบาก นอกจากนี้ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้พัฒนาระบบแชตบอตที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อให้สามารถเข้าใจภาษาของมนุษย์และตอบคำถามได้อย่างแม่นยำสำหรับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งโดย ระบบแชตบอตจะนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นปัจจุบันตามองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ปรากฏอยู่ภายในฐานข้อมูลคลังความรู้ ซึ่งผ่านการคัดกรองจากบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการบันทึกและวิเคราะห์ผลประเมินของผู้ป่วยตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถวางแผนรับมือและหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ทำให้เกิดการแบ่งปันและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ของโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการรูปแบบการรักษาที่ตรงเป้าหมายและทันสมัย อีกทั้งการพัฒนาระบบแชตบอตเปรียบเสมือนผู้ช่วยที่ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำแก่ผู้ป่วย ช่วยลดภาระงานในการตอบคำถามของบุคลากรทางการแพทย์และส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น

วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง
เนื่องจากไซโลเก็บข้าวอินทรีย์เผชิญกับปัญหาแมลง เจ้าของจึงแก้ไขปัญหานี้โดยใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญ (ES) ในกระบวนการควบคุมบรรยากาศ (CAP) ภายใต้มาตรฐานที่กำหนด โดยทำการรมแมลงด้วยไนโตรเจน (N₂) และลดความเข้มข้นของออกซิเจน (O₂) ให้น้อยกว่า 2% เป็นเวลา 21 วัน บทความนี้นำเสนอการใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) ร่วมกับ ES ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นแรก CFD ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการไหลของก๊าซ ความเข้มข้นของ O₂ สภาวะการทำงานที่เหมาะสม และค่าสัมประสิทธิ์การแก้ไข (K) ของไซโล ซึ่งผลลัพธ์ของ CFD สอดคล้องกับผลการทดลองและทฤษฎี ยืนยันความน่าเชื่อถือของ CFD อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ของ CFD ยังแสดงให้เห็นว่า ES สามารถควบคุมการกระจายตัวของไนโตรเจนภายในไซโลได้อย่างทั่วถึงและลดความเข้มข้นของ O₂ ให้เป็นไปตามข้อกำหนด จากนั้น ระบบ ES ถูกพัฒนาขึ้นโดยอาศัยกลไกการวินิจฉัย (Inference Engine) ที่ได้รับการสนับสนุนจากผลลัพธ์ของ CFD และหลักการกวาดผ่านเพื่อล้าง (Sweep-Through Purging) ก่อนจะนำไปใช้ในกระบวนการ CAP สุดท้าย การทดลองถูกดำเนินการเพื่อประเมินประสิทธิภาพของ CAP ในการควบคุมความเข้มข้นของ O₂ และกำจัดแมลงภายในไซโลจริง ผลการทดลองและข้อเสนอแนะจากเจ้าของยืนยันว่า การนำ ES ไปใช้มีประสิทธิภาพสูง จึงทำให้ CAP เป็นกระบวนการที่มีประสิทธิผลและสามารถนำไปใช้ได้จริง ความแปลกใหม่ของงานวิจัยนี้อยู่ที่การใช้วิธีการ CFD ในการสร้างกลไกการวินิจฉัยและพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญ (ES)

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
มัลเบอร์รีคีเฟอร์ เป็นเครื่องดื่มจากผลหม่อนสุกที่ผ่านการหมัก ผลิตจากน้ำสกัดจากผลหม่อนสุก มีลักษณะปรากฎเป็นสีแดงชมพูซึ่งเป็นสีของสารแอนโทไซยานินตามธรรมชาติในผลหม่อน โดยแอนโทไซยานินมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีสารพรีไบโอติกฟรุคโทโอลิโกแซคคาไรด์ จุลินทรีย์โพรไบโอติก Lactobacillus และ Saccharomeces มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความซ่า มีแอลกอฮอล์เล็กน้อย รสชาติและความซ่าเกิดจากเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งใช้กระบวนการหมักจากจุลินทรีย์ มัลเบอร์รีคีเฟอร์ จัดเป็นเครื่องดื่มฟังค์ชัน (Functional Beverage) ที่ผลิตจากพืช (Plant Based Beverage) เหมาะกับผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโทส รวมถึงผู้ที่ไม่บริโภคเครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำนม ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น