รวมสุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย! พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก KMITL ที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและอุตสาหกรรมของเรา

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
การออกแบบสถาปัตยกรรมควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ซึ่งศักยภาพของเจเนเรทีฟดีไซน์สามารถสร้างทางเลือกการออกแบบอาคารโดยอัตโนมัติเป็นการประหยัดเวลาและเพิ่มโอกาสในการค้นพบทางเลือกการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร โดยพิจารณาเปลือกอาคารหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานในอาคาร และเป็นขั้นตอนช่วงต้นของการออกแบบมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาปนิก ด้วยปัจจุบันยังขาดการศึกษาที่เชื่อมโยงเจเนเรทีฟดีไซน์กับการออกแบบอาคารตามเกณฑ์มาตรฐานพลังงานในบริบทของประเทศไทย การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือช่วยออกแบบเปลือกอาคารโดยใช้กระบวนการเจเนเรทีฟดีไซน์ (Generative Design) ตามเกณฑ์มาตรฐานพลังงานอาคารของประเทศไทย (Building Energy Code; BEC) ในรูปแบบปลั๊กอินเสริมที่สถาปนิกนิยมใช้ออกแบบอาคาร เพื่อช่วยสร้างทางเลือกการออกแบบอาคารตามอัตราส่วนกระจกต่อผนัง (WWR) ที่สามารถแสดงผลแบบจำลองสามมิติและแสดงค่าการถ่ายเทความร้อนรวม (OTTV) โดยอัตโนมัติ ผลจากการวิจัยนี้ทำให้สถาปนิกและนักออกแบบมีเครื่องมือที่ช่วยลดระยะเวลา เพิ่มความแม่นยำในกระบวนการออกแบบ และส่งเสริมการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานของประเทศไทย

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
นวัตกรรมนี้พัฒนาเฟรนช์ฟรายส์รีฟอร์มจากมันสำปะหลังไทย โดยใช้แนวคิดการออกแบบโครงสร้างอาหารและการพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อควบคุมโครงสร้างเนื้อสัมผัสให้มีรูปทรงสม่ำเสมอ กรอบ ไม่อมน้ำมัน และมีคุณภาพคงที่ สามารถต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม และเพิ่มมูลค่าให้กับมันสำปะหลังไทย

คณะวิทยาศาสตร์
-

วิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ
ผลงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มเซนเซอร์ตรวจวัดก๊าซสมรรถนะสูงที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา และสามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์สวมใส่หรือพื้นผิวโค้งได้ โดยใช้กราฟีนที่สังเคราะห์ด้วยการเหนี่ยวนำลำแสงเลเซอร์ (Laser-Induced Graphene: LIG) เป็นขั้วไฟฟ้าและโครงสร้างนำไฟฟ้าหลัก เทคนิคดังกล่าวช่วยให้สามารถสร้างลวดลายขั้วไฟฟ้าได้โดยตรงบนวัสดุพอลิเมอร์ ลดขั้นตอนการผลิต และเหมาะสำหรับการผลิตเซนเซอร์ในรูปแบบที่หลากหลาย ขั้วไฟฟ้า LIG ได้รับการปรับปรุงสมบัติด้วยวัสดุไฮบริดคอมโพสิตระหว่างสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวออกฤทธิ์ ปรับปรุงการดูดซับโมเลกุลก๊าซ และเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนประจุ ส่งผลให้เซนเซอร์มีความไวและความจำเพาะต่อก๊าซเป้าหมายสูงขึ้น สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว และมีศักยภาพในการตรวจวัดก๊าซที่ความเข้มข้นต่ำ แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมีจุดเด่นด้านกระบวนการผลิตที่สะดวก ต้นทุนไม่สูง สามารถปรับเปลี่ยนวัสดุรับรู้ให้เหมาะสมกับก๊าซชนิดต่าง ๆ และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการตรวจวัดแบบเรียลไทม์ ผลงานนี้จึงมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ด้านการตรวจสอบคุณภาพอากาศ ความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม และระบบเซนเซอร์อัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ในอนาคต

วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ
-

คณะเทคโนโลยีการเกษตร
-

คณะวิทยาศาสตร์
การพัฒนาเซ็นเซอร์รับแรงกดแบบไทรโบอิเล็กทริกที่มีความยืดหยุ่น โดยใช้วัสดุที่ปรับแต่งได้และมีต้นทุนต่ำ เซ็นเซอร์นี้ถูกนำไปประกอบเข้ากับสิ่งทอเพื่อใช้ร่วมกับรูปแบบการเข้ารหัสมอร์สที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ นอกจากนี้ ทีมวิจัยได้นำโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบช่องสัญญาณคู่ (CNN-TCN) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้สามารถสร้างระบบแปลรหัสมอร์สจากการกดสั่งการ เป็นข้อความตัวอักษรและถอดรหัสได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีแนวโน้มการนำไปประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable devices) และระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่มีราคาเข้าถึงได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการ

คณะวิทยาศาสตร์
เป็นนวัตกรรมเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในปัสสาวะแบบไม่รุกล้ำ (Non-invasive) เพื่อใช้ในการคัดกรองโรคเบาหวานเบื้องต้น โดยใช้หลักการไฟฟ้าสถิตจากการสัมผัสระหว่างของเหลวและของแข็ง (Liquid-Solid Triboelectric Interface) ซึ่งจะเปลี่ยนพลังงานจากการตกกระทบของหยดปัสสาวะให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ และมีการนำระบบ Machine Learning (ANN) มาช่วยวิเคราะห์ผลเพื่อให้มีความแม่นยำสูงสุด

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
-