KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

พลังจากใบไม้: นวัตกรรมการเคลือบเมล็ดพันธุ์เรืองแสงจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

พลังจากใบไม้: นวัตกรรมการเคลือบเมล็ดพันธุ์เรืองแสงจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

รายละเอียด

การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดของพอลิเมอร์ที่เหมาะสมในการเคลือบร่วมกับสารสกัดคลอโรฟิลล์และคุณภาพของเมล็ดพันธุ์แตงกวาหลังจากการเคลือบ วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) จำนวน 4 ซ้ำ โดยมี 5 กรรมวิธี ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ที่เคลือบด้วยพอลิเมอร์ชนิดต่างกัน คือ Polyvinylpyrrolidone, Sodium Alginate, Carboxy Methyl Cellulose, Hydroxypropyl methylcellulose โดยพอลิเมอร์แต่ละชนิดทำการเคลือบร่วมกับ Chlorophyll และมีเมล็ดพันธุ์ที่ไม่เคลือบสารเป็นกรรมวิธีควบคุม ดำเนินการทดลองโดยเตรียมสารเคลือบด้วยการสกัด Chlorophyll จากใบมะม่วง แล้วนำมาเตรียมสารเคลือบโดยนำมาผสมกับพอลิเมอร์แต่ละชนิดที่มีความเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้สารสกัด Chlorophyll ที่มีความเข้มข้น 8 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นตรวจสอบคุณสมบัติของสารเคลือบแต่ละกรรมวิธี ได้แก่ ความเป็นกรดด่างและความหนืดของสารเคลือบ แล้วจึงนำมาเคลือบเมล็ดพันธุ์แตงกวาด้วยเครื่องเคลือบระบบจานหมุนรุ่น RRC150 ในอัตราสารเคลือบ 1,100 มิลลิลิตรต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม จากนั้นนำมาลดความชื้นให้เมล็ดพันธุ์มีระดับความชื้นเท่ากับระดับความชื้นเริ่มต้นด้วยเครื่องเป่าลมร้อน แล้วตรวจคุณภาพเมล็ดพันธุ์ในลักษณะต่างๆ ได้แก่ ความชื้นของเมล็ดพันธุ์ ความงอกของเมล็ดพันธุ์ที่เพาะในสภาพห้องปฏิบัติการ ดัชนีการงอก และการเรืองแสงของเมล็ดพันธุ์ภายใต้เครื่องฉายแสงอัลตราไวโอเลตแบบพกพารวมถึงตรวจสเปกตรัมการคายแสงด้วยเครื่อง Spectrophotometer ผลการทดลองพบว่าพอลิเมอร์แต่ละชนิดสามารถนำมาใช้เป็นสารก่อฟิล์มร่วมกับคลอโรฟิลล์ได้ ซึ่งมีความเป็นกรด-ด่างและมีความหนืดของสารเคลือบที่เหมาะสม ไม่มีผลต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์และมีการเรืองแสงที่ผิวของเมล็ดพันธุ์ทั้งการตรวจสอบภายใต้เครื่องฉายแสงอัลตราไวโอเลตแบบพกพาและการตรวจสเปกตรัมการคายแสงภายใต้เครื่อง Spectrophotometer โดยการใช้ HPMC เป็นสารก่อฟิล์มร่วมกับคลอโรฟิลล์ เป็นกรรมวิธีที่เหมาะสมทำให้เมล็ดพันธุ์มีประสิทธิภาพในการเรืองแสงมากที่สุด

วัตถุประสงค์

สารเรืองแสงที่นิยมใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ในปัจจุบันมีหลายชนิด เช่น Rhodamine B, Curcumin, Auramine O แต่สารเหล่านี้บางชนิดหากใช้ไปเป็นเวลานานอาจเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ หากสะสมในร่างกายอาจก่อให้เกิด oxidative stress ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์เกิดการเสียหาย เพิ่มความเสี่ยงของโรคบางอย่างได้ ในงานวิจัยนี้จึงเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติมาใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ คือ สารสกัดคลอโรฟิลล์ มีข้อดี คือ หาได้ง่าย มีวิธีการสกัดที่ไม่ซับซ้อน แต่ข้อจำกัดของสารสกัดคลอโรฟิลล์คือมีความสามารถในการเคลือบร่วมกับพอลิเมอร์ได้บางชนิด อาจทำให้ประสิทธิการเรืองแสงมีคุณภาพลดลง ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหาชนิดของพอลิเมอร์ที่เหมาะสมในการนำมาเคลือบร่วมกับสารสกัดคลอโรฟิลล์แล้วไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรืองแสงและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์

นวัตกรรมอื่น ๆ

โครงการออกแบบแคมเปญและแอพพลิเคชั่น "Blood D" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจในแคมเปญการบริจาคเลือดให้สภากาชาดไทย

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

โครงการออกแบบแคมเปญและแอพพลิเคชั่น "Blood D" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจในแคมเปญการบริจาคเลือดให้สภากาชาดไทย

ในโลกของการบริจาคโลหิต มีผู้คนอยู่ 2 ประเภท คือ ผู้บริจาคโลหิตอยู่แล้วและผู้ไม่คิดบริจาค ผู้รณรงค์ส่วนใหญ่มักเน้นย้ำถึงวิธีการโน้มน้าวให้ผู้คนบริจาคโลหิตมากขึ้น และดึงดูดผู้บริจาคโลหิตรายใหม่เข้ามามากขึ้น เราเชื่อว่าแม้ว่าการให้ความสำคัญดังกล่าวจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ อีกหลายประการที่อาจถูกละเลยไป นั่นคือ สำหรับผู้ที่ตัดสินใจบริจาคโลหิตแล้ว พวกเขาจะบริจาคโลหิตได้สำเร็จเมื่อถึงเวลาหรือไม่ จากการศึกษาของเรา พบว่าผู้บริจาคโลหิตที่บริจาคสำเร็จมีเพียงร้อยละ 63 เท่านั้น น่าเสียดายที่อีกร้อยละ 37 ต้องกลับบ้านด้วยความผิดหวังเนื่องจากร่างกายของพวกเขาไม่พร้อมสำหรับเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของสภากาชาดกำหนดไว้ที่ศูนย์รับบริจาคโลหิต (ซึ่งรวมถึงการเตรียมตัวขั้นพื้นฐาน เช่น รับประทานอาหารไขมันต่ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 8 ชั่วโมงในคืนก่อนหน้า) แคมเปญ "Blood in Need, Buddy Indeed" เน้น 2 ประเด็น ประเด็นแรก เพื่อโน้มน้าวให้ผู้คนบริจาคโลหิตมากขึ้น ประเด็นที่สอง เป็นบริการสำหรับผู้ที่ตัดสินใจมาบริจาคโลหิต เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมและประสบความสำเร็จในการบริจาคโลหิตเมื่อถึงวันบริจาค เราจะให้การสนับสนุนที่จำเป็น (ทั้งร่างกายและจิตใจ) ผ่านเครือข่ายระบบ เจ้าหน้าที่ และต้นแบบของแอปพลิเคชันใหม่ ‘Blood D’ แคมเปญของเราครอบคลุมประสบการณ์ "ก่อน/ระหว่าง/หลัง" ของผู้บริจาคโลหิตการสนับสนุนจะรวมถึงการประเมินสภาพร่างกายปัจจุบันของพวกเขาว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารเลือดของสภากาชาดกำหนดหรือไม่ Blood D จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกิจกรรมการบริจาคโลหิต เช่น สถานที่ และการจองเวลา เมื่อสมัครแล้ว แอปพลิเคชัน Blood D จะส่งคำเตือนที่เป็นมิตรและอินโฟกราฟิกที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเตรียมร่างกายของพวกเขาเป็นการแจ้งเตือนรายวันในช่วง 7 วันนับจากนี้ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเลือดของผู้ใช้จะ "D" (คำพ้องเสียงกับคำภาษาไทยที่แปลว่า "ดี" และล้อกับคำว่า ‘Buddy’ ในคราวเดียวกัน) หรือเป็น "เลือดที่ดี" ที่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่ต้องการได้ หลังจากจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต 4 ครั้งทั้งภายในและภายนอก KMITL จำนวนผู้บริจาคโลหิตสำเร็จเพิ่มขึ้นจาก 63% เป็น 78% (ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของ 4 กิจกรรม โดยกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือ 89%) แคมเปญนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศในการแข่งขันแคมเปญบริจาคโลหิตเพื่อสภากาชาด คาดว่าเมื่อเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Blood D” เต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดที่รวบรวมได้มากถึง 15% จากจำนวนผู้บริจาคเดิม

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงไอศกรีมกะทิสําเร็จรูปเสริมใยอาหารและโปรตีนจากผงแมลง

คณะอุตสาหกรรมอาหาร

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงไอศกรีมกะทิสําเร็จรูปเสริมใยอาหารและโปรตีนจากผงแมลง

โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงไอศกรีมกะทิสำเร็จรูปเสริมใยอาหารและโปรตีนจากผงแมลง ซึ่งมีแนวคิดมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นขนมหวานทางเลือกในรูปแบบไอศกรีมชนิดผงที่มีจุดเด่นด้านสุขภาพ คุณค่าโภชนาการ และความยั่งยืน ใช้กะทิซึ่งเป็นวัตถุดิบจากพืชเป็นวัตถุดิบในการผลิตหลักแทนนมวัว เพื่อให้เหมาะสำหรับผู้แพ้แล็กโทสและผู้ที่มีภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง (Lactose Intolerance) พร้อมทั้งมีการเสริมใยอาหารจากอินูลินเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารในเชิงหน้าที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอาหารสำหรับเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และมีส่วนช่วยปรับความสมดุลของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นใยอาหารที่ดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังมีการเสริมโปรตีนจากผงแมลง ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพและเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกแห่งอนาคตที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ไอศกรีมทั่วไป นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมกะทิในรูปแบบผงสำเร็จรูปมีข้อดีที่สามารถนำไปเตรียมเองได้ง่ายและสะดวก ขนส่งและจัดเก็บได้ง่าย โดยผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำไปคืนรูปเป็นไอศกรีมได้โดยการเติมน้ำและปั่น แล้วนำไปแช่แข็งสำหรับบริโภค อีกทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้เป็นเบส (Base) พื้นฐานในการทำไอศกรีมรสชาติอื่น หรือนำไปต่อยอดเป็นส่วนประกอบของขนมหวานหรือเครื่องดื่มปั่นในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ในรูปแบบวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพให้กับธุรกิจบริการอาหารได้อีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีแนวคิดในการพัฒนาให้มีปริมาณไขมันและน้ำตาลต่ำ ดีต่อสุขภาพ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาต้นแบบแฮมแพลนต์เบสท์จากเห็ดออรินจิเพื่อเป็นนวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือก

คณะอุตสาหกรรมอาหาร

การพัฒนาต้นแบบแฮมแพลนต์เบสท์จากเห็ดออรินจิเพื่อเป็นนวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือก

โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา “ต้นแบบผลิตภัณฑ์แฮมจากพืช (Plant-based Ham)” โดยใช้เห็ดออริจิเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่มีศักยภาพทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะทางเนื้อสัมผัสและรสชาติที่น่าพึงพอใจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในกลุ่มตลาดโปรตีนทางเลือก