โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันสำหรับการเบิกจ่ายเครื่องมือ เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการใช้งานโปรแกรม Excel ซึ่งไฟล์ตัวแรกนั้นคัดลอกมาจาก SQL ที่มีอยู่แล้ว และคัดลอกต่อๆกันมา ส่งผลให้ต้องใช้พื้นจำนวนมากและไฟล์ Excel นั้นไม่สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ จึงต้องพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อม SQL โดยตรงเพื่อลดปัญหาที่เกิดจะการใช้ไฟล์ Excel
ปัจจุบัน การจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเครื่องมือภายในองค์กรยังคงพึ่งพาโปรแกรม Excel เป็นหลัก โดยมีการใช้ไฟล์ Excel อยู่ 3 ไฟล์หลัก ได้แก่ Master, Request, และ Issue ข้อมูลในไฟล์เหล่านี้ถูกคัดลอกและนำไปใช้ต่อๆ กันมาหลายครั้ง ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาที่เกิดจากการใช้ไฟล์ Excel คือ ไฟล์ไม่สามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันได้หลายคน ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร นอกจากนี้ ไฟล์ Master ที่เป็น Excel ยังเป็นการคัดลอกมาจากข้อมูลในฐานข้อมูล SQL ที่มีอยู่แล้ว ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความยุ่งยากในการจัดการข้อมูล ด้วยเหตุนี้ ส่วนกลางจึงมีความต้องการในการพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล SQL โดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและจัดการกับข้อมูลการเบิกจ่ายเครื่องมือได้อย่างง่ายดายและสะดวกผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการใช้งานไฟล์ Excel ไม่ว่าจะเป็นขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่พร้อมกัน และความซ้ำซ้อนของข้อมูลในไฟล์ Excel การพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันนี้จะช่วยลดการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ลดความซับซ้อนในการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลจากหลายผู้ใช้งานพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้การจัดการข้อมูลการเบิกจ่ายเครื่องมือสามารถทำได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่าเดิม

คณะวิทยาศาสตร์
แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้กันในครัวเรือน ในปัจจุบันยังขาดระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด งานวิจัยนี้มีเป้าหมายในการออกแบบระบบตรวจสอบผ่านเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และ Machine Learning มาใช้ในการคาดการณ์กระแส และแรงดันไฟฟ้าที่ผลิตโดยแผงโซลาร์เซลล์ การศึกษาทดลองพบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการสะสมของฝุ่นกับกระแสไฟฟ้าที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตได้ ระบบที่นำเสนอสามารถคาดการณ์เวลาที่เหมาะสมในการทำความสะอาด

คณะเทคโนโลยีการเกษตร
การออกแบบสวนสาธารณะ Dreamscape Park ในพื้นที่ 50 ไร่ ออกแบบอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ART โดยการออกแบบมุ่งเน้นการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว ควบคู่ไปกับการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย มีแลนด์มาร์กเป็นบ่อน้ำรูปหยดหมึกและอัฒจันทร์ขนาดกลางไว้ทำกิจกรรมต่างๆ มีการเพิ่มพื้นที่พักผ่อนได้แก่ คาเฟ่ พื้นที่นั่งชิล โซนกิจกรรมกลางแจ้ง โซนกีฬาได้แก่ สนามบาสเกตบอล สนามตะกร้อ ทางเดิน-ทางวิ่งรอบสวน โซนสัตว์เลี้ยง โซนสนามเด็ก สวนประจำจุดต่างๆ และเส้นทางสัญจรสามารถเข้าถึงได้ทั่วพื้นที่ ผู้ใช้งานสามารถมาผักผ่อนได้อย่างสบายใจและทำกิจกรรมตามความต้องการได้อย่างเต็มที่

คณะวิศวกรรมศาสตร์
การศึกษานี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างต้นแบบผ้าคลุมเย็นสำหรับการขนส่งน้ำนมดิบเพื่อเสนอแนวทางการรักษาคุณภาพน้ำนมดิบระหว่างการขนส่งไปยังศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ผ้าคลุมเย็นนี้ผลิตจากการนำวัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material, PCM) ผลิตจากน้ำผสมสารสร้างเนื้อเจล ปริมาณ 5.6 กิโลกรัม มาประกบรอบถังนมอะลูมิเนียม (ปริมาตรความจุ 25 ลิตร) แล้วคลุมด้วยผ้าเคลือบสารสะท้อนรังสียูวี 2 ชนิด ได้แก่ ผ้าพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) และผ้าพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) ประสิทธิภาพการรักษาอุณหภูมิของผ้าคลุมทั้งสองแบบประเมินจากการวัดอุณหภูมิของน้ำที่จุดต่าง ๆ ตามแนวรัศมีและตามความสูงของถังนม จำนวน 6จุด ด้วยสายเทอร์มอคัปเปิลชนิดที ภายใต้สภาวะแวดล้อม 3 สภาวะ ได้แก่ ที่อุณหภูมิคงที่ 25 °C และ 35 °C และที่อุณหภูมิบรรยากาศกลางแจ้ง (อุณหภูมิเฉลี่ย 35.5 °C) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 180 นาที ผลการทดลองพบว่า ที่เวลา 120 นาที น้ำในถังคลุมด้วยผ้า PCM-PVC และผ้า PCM-HDPE มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิบรรยากาศ 12.6 °C และ 12.9 °C ตามลำดับ ภายใต้อุณหภูมิบรรยากาศคงที่ 25 °C ในขณะที่ภายใต้อุณหภูมิบรรยากาศคงที่ 35 °C มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิบรรยากาศ 16.7 °C และ 16.4 °C ตามลำดับ และอุณหภูมิบรรยากาศกลางแจ้งมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิบรรยากาศ 12.7 °C และ 13.8 °C ตามลำดับ เนื่องจากผ้า PCM-PVC และผ้า PCM-HDPE มีประสิทธิภาพการรักษาอุณหภูมิไม่ต่างกัน การประเมินประสิทธิภาพการรักษาคุณภาพทางจุลินทรีย์ของน้ำนมดิบจึงศึกษาเฉพาะผ้า PCM-PVC เทียบกับกรณีไม่ใช้ผ้าคลุม (ควบคุม) ด้วยการตรวจนับปริมาณเชื้อโคลิฟอร์มและเชื้อ Escherichia coli โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป ผลการทดลองพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 120 นาที น้ำนมในถังที่คลุมด้วยผ้า PCM-PVC มีปริมาณเชื้อโคลิฟอร์มเฉลี่ยเท่ากับ 1.6 × 10^4 CFU/ml และเชื้อ E. coli เท่ากับ 2 × 10^3 CFU/ml ซึ่งน้อยกว่ากรณีไม่มีผ้าคลุมซึ่งมีปริมาณเชื้อโคลิฟอร์ม เฉลี่ยเท่ากับ 1.5 × 10^4 CFU/ml และเชื้อ E. coli เท่ากับ 1.1 × 10^4 CFU/ml จากการศึกษานี้สรุปได้ว่าอุณหภูมิที่ลดได้นี้สามารถช่วยชะลอการเจริญของเชื้อโคลิฟอร์มให้มีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำนมดิบซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผ้าคลุมเย็นในการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำนมดิบระหว่างการขนส่งอันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย