โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันสำหรับการเบิกจ่ายเครื่องมือ เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการใช้งานโปรแกรม Excel ซึ่งไฟล์ตัวแรกนั้นคัดลอกมาจาก SQL ที่มีอยู่แล้ว และคัดลอกต่อๆกันมา ส่งผลให้ต้องใช้พื้นจำนวนมากและไฟล์ Excel นั้นไม่สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ จึงต้องพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อม SQL โดยตรงเพื่อลดปัญหาที่เกิดจะการใช้ไฟล์ Excel
ปัจจุบัน การจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเครื่องมือภายในองค์กรยังคงพึ่งพาโปรแกรม Excel เป็นหลัก โดยมีการใช้ไฟล์ Excel อยู่ 3 ไฟล์หลัก ได้แก่ Master, Request, และ Issue ข้อมูลในไฟล์เหล่านี้ถูกคัดลอกและนำไปใช้ต่อๆ กันมาหลายครั้ง ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาที่เกิดจากการใช้ไฟล์ Excel คือ ไฟล์ไม่สามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันได้หลายคน ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร นอกจากนี้ ไฟล์ Master ที่เป็น Excel ยังเป็นการคัดลอกมาจากข้อมูลในฐานข้อมูล SQL ที่มีอยู่แล้ว ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความยุ่งยากในการจัดการข้อมูล ด้วยเหตุนี้ ส่วนกลางจึงมีความต้องการในการพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล SQL โดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและจัดการกับข้อมูลการเบิกจ่ายเครื่องมือได้อย่างง่ายดายและสะดวกผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการใช้งานไฟล์ Excel ไม่ว่าจะเป็นขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่พร้อมกัน และความซ้ำซ้อนของข้อมูลในไฟล์ Excel การพัฒนาเว็ปแอปพลิเคชันนี้จะช่วยลดการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ลดความซับซ้อนในการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลจากหลายผู้ใช้งานพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้การจัดการข้อมูลการเบิกจ่ายเครื่องมือสามารถทำได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่าเดิม

วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต
-

วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้นำเสนอการพัฒนาเส้นใยนาโนคาร์บอนที่มีโครงสร้างหลายเฟสผสมออกไซด์ของโลหะ (CNF@MOx; M = Ag, Mn, Bi, Fe) โดยฝังอนุภาคนาโนของเงิน แมงกานีส บิสมัท และเหล็ก ลงในเส้นใยนาโนคาร์บอนที่ได้จากพอลิอะคริโลไนไตรล์ (PAN) ผ่านเทคนิคอิเล็กโทรสปินนิ่งและผ่านการอบชุบในบรรยากาศอาร์กอน ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าเส้นใยนาโนที่ได้มีโครงสร้างที่เป็นระเบียบ เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 559-830 นาโนเมตร และมีอนุภาคนาโนฝังตัวขนาด 9-21 นาโนเมตร การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างยืนยันการมีอยู่ของสถานะออกซิเดชันต่างๆ ของโลหะออกไซด์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกลไกการเก็บประจุไฟฟ้า ผลการทดสอบทางไฟฟ้าเคมีพบว่า CNF@Ag/Mn/Bi/Fe-20 มีค่าความจุจำเพาะสูงสุดที่ 156 F g⁻¹ ที่อัตราการสแกน 2 mV s⁻¹ และมีเสถียรภาพสูง โดยยังคงค่าความจุได้มากกว่า 96% หลังจากการชาร์จ-คายประจุ 1400 รอบ กลไกการเก็บประจุของเส้นใยนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างความสามารถในการเก็บประจุแบบชั้นคู่ไฟฟ้าและกระบวนการรีดอกซ์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุอิเล็กโทรดสำหรับตัวเก็บประจุยิ่งยวด

คณะเทคโนโลยีการเกษตร
สารปฏิชีวนะ (Antibiotic) ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบการผลิตปศุสัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นภูมิคุมกัน เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและดูดซึมโภชนะ กระตุ้นการเจริญเติบโต ปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร และลดการเกิดการติดเชื้อก่อโรค โดยเฉพาะกลุ่มที่ก่อให้เกิดโรคท้องเสีย เป็นต้น นอกจากนั้น สารปฏิชีวนะยังมีส่วนช่วยในเรื่องของผลตอบแทนทางเศรฐกิจอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้สารปฏิชีวนะที่ไม่ถูกวิธีก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการตกค้างของสารปฏิชีวนะในผลิตภัณฑ์ การดื้อยาในสัตว์และผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้หลายประเทศห้ามไม่ให้ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นสารเร่งการเจริญเติบโต เช่น สหภาพยุโรป ประเทศญี่ปุ่น และยังมีอีกหลายๆ ประเทศที่มีการวางแผนที่จะห้ามไม่ให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ เช่น ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ในขณะที่ประเทศไทยได้มีประกาศควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์โดยมีผลบังคับใช้ทั้งระดับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มที่ผสมอาหารสัตว์ใช้เองตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563 ดังนั้น การทดแทนการใช้สารปฏิชีวนะด้วย Probiotic ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาเชื้อ Lactic acid bacteria ที่มีอยู่ในระบบทางเดินอาหารของไก่เนื้อ สุกร และโคเนื้อ ที่มีคุณสมบัติเป็น Probiotic ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นเชื่อต้นแบบทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ Probiotic กลุ่ม Lactic acid bacteria จากต่างประเทศที่มักจะประสบปัญหาเรื่องอัตราการรอดชีวิตเมื่อนำไปใช้จริง