รวมสุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย! พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก KMITL ที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและอุตสาหกรรมของเรา

คณะวิทยาศาสตร์
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดเซนเซอร์วัดสนามแม่เหล็กแบบไร้สายภายใต้ชื่อ "K-Mag Tracer" เพื่อใช้เป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติการฟิสิกส์ โดยประยุกต์ใช้เซนเซอร์ฮอลล์แบบเชิงเส้น (Linear Hall Effect Sensor) ร่วมกับบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบให้สามารถแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้สองช่องทาง ได้แก่ จอแสดงผล OLED บนตัวเครื่อง และผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์พกพา พร้อมทั้งพัฒนาระบบบทเรียนออนไลน์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองในหัวข้อปรากฏการณ์ทางแม่เหล็ก ผลการวิจัยพบว่า K-Mag Tracer มีขีดความสามารถในการวัดสนามแม่เหล็กในช่วง ±120 มิลลิเทสลา (mT) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบการบันทึกข้อมูลได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ การบันทึกตามเวลา (Time-based) และการบันทึกตามเหตุการณ์ (Event-based) เพื่อตอบโจทย์การทดลองที่หลากหลาย จากการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับเซนเซอร์มาตรฐานในท้องตลาดจำนวน 2 รุ่น พบว่า K-Mag Tracer ให้ค่าการวัดที่สอดคล้องกัน โดยมีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 2 % ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ยอมรับได้สำหรับห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ นวัตกรรมนี้จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูลทางฟิสิกส์ในยุคดิจิทัล

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา “ต้นแบบผลิตภัณฑ์แฮมจากพืช (Plant-based Ham)” โดยใช้เห็ดออริจิเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่มีศักยภาพทั้งด้านคุณค่าทางโภชนาการและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะทางเนื้อสัมผัสและรสชาติที่น่าพึงพอใจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในกลุ่มตลาดโปรตีนทางเลือก

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
สารสกัดใบบัวบก (Centella asiatica) มีสารสำคัญกลุ่มไตรเตอพีนอยด์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพใน 3 ด้าน ได้แก่ การต้านการอักเสบและอนุมูลอิสระ การสมานแผลและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และการบำรุงสมองและระบบประสาท งานวิจัยที่ผ่านมาได้พัฒนาเทคโนโลยีการสกัดที่มีประสิทธิภาพและนำสารสกัดไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องดื่ม อาหารไทย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยมีข้อกำหนดของ อย. ให้บริโภคไตรเทอพีนไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน การนำสารสกัดใบบัวบกมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจึงมีความเป็นไปได้สูงทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
ปลีกล้วยเป็นวัสดุพลอยได้ทางการเกษตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง เนื่องจากเป็นแหล่งของใยอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากธรรมชาติ โดยเฉพาะสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่มีความสัมพันธ์กับสมบัติการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม การนำปลีกล้วยมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารยังมีข้อจำกัดด้านเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างหยาบ สีคล้ำจากปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาล และรสฝาด ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและการยอมรับของผู้บริโภค งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรรมวิธีการผลิตผงปลีกล้วย โดยประยุกต์ใช้การเตรียมวัตถุดิบด้วยกรดซิตริกและกรดแอสคอร์บิกร่วมกับเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Assisted Treatment) เพื่อลดรสฝาด ควบคุมการเกิดสีน้ำตาล ปรับปรุงคุณลักษณะทางกายภาพ และคงรักษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญในปลีกล้วย ก่อนนำไปผ่านกระบวนการทำแห้งและผลิตเป็นผง โดยผงปลีกล้วยที่ได้จะได้รับการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ปริมาณใยอาหาร สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สมบัติการต้านอนุมูลอิสระ และสมบัติเชิงหน้าที่ ผงปลีกล้วยที่พัฒนาขึ้นจะถูกนำไปประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพด้วยเทคโนโลยีเอกซ์ทรูชัน (Extrusion Technology) และประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์แนวคิดการเพิ่มมูลค่าวัสดุพลอยได้ทางการเกษตร (Upcycling) ร่วมกับเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร เพื่อยกระดับปลีกล้วยสู่ส่วนประกอบอาหารที่อุดมด้วยใยอาหารและมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากธรรมชาติ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับแนวโน้มด้านสุขภาพและความยั่งยืน รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ
มลพิษจากน้ำมันและคราบไขมันเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและป่าชายเลนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่คลองมณีรัตน์ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งยังไม่มีวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนา "ทุ่นดักจับคราบน้ำมันประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรโฟบิกเมมเบรน" โดยนำดอกธูปฤาษีมาสังเคราะห์เป็นวัสดุเส้นใยนาโนคาร์บอน (Carbon Nanofiber) สำหรับดักจับน้ำมันและคราบไขมัน ร่วมกับการใช้พลาสติก PET จากขยะในป่าชายเลนเป็นวัสดุหลัก แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ แต่ยังสามารถนำน้ำมันที่ดักจับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่อได้ อันเป็นแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการนำวัสดุเหลือใช้จากสถานประกอบการอุตสาหกรรมเสาเข็มไมโครไพล์มาเพิ่มมูลค่าด้วยกระบวนการออกแบบ Upcycle ภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า (3Rs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเภทและศักยภาพของวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้และของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ภายใต้เงื่อนไขด้านเทคโนโลยีและความสามารถของช่างฝีมือในสถานประกอบการ ผลงานเกิดจากความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการ ช่างโลหะ และชุมชนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบจากสถาบันการศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม อันเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการ นักออกแบบ และ Start-up ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบแบบพกพาสำหรับตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและสัญญาณชีพแบบไม่รุกล้ำ โดยใช้เทคนิค Near-Infrared Spectroscopy (NIR) ร่วมกับระบบเซนเซอร์ชีวภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของเทคโนโลยีแบบเจาะเลือดที่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ต้นทุนต่ำ และแสดงผลแบบ real-time เหมาะสำหรับการใช้งานนอกสถานพยาบาล เช่น คลินิกชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต

คณะวิศวกรรมศาสตร์
งานวิจัยนี้พัฒนา "ชุดสาธิตระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) อัจฉริยะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า" ในรูปแบบต้นแบบขนาดย่อส่วนที่สามารถตรวจวัดแรงดัน กระแส และอุณหภูมิของเซลล์แบตเตอรี่ พร้อมควบคุมกระบวนการ cell balancing และการประจุ-คายประจุอย่างแม่นยำ โดยมีแดชบอร์ดแสดงผลแบบ real-time และฝังโมเดล AI ประเภท LSTM และ GRU เพื่อคาดการณ์แรงดันและค่า SoC ของแบตเตอรี่ในสภาวะโหลดต่าง ๆ ชุดสาธิตนี้ออกแบบให้เหมาะสำหรับงานนิทรรศการและการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา อันเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการศึกษา การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาวัสดุปูพื้นระบายน้ำโดยนำตะกรันเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเหล็กกล้ามาเป็นวัตถุดิบหลัก ร่วมกับเถ้าลอย (Fly Ash) และสาร HPMC เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพการระบายน้ำ ภายใต้แนวคิด Waste-to-Wealth ที่ตอบโจทย์ปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองและการจัดการของเสียอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน ผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นอิฐบล็อกปูพื้นทางเท้าที่มีอัตราการซึมผ่านน้ำตามมาตรฐาน ASTM C1701 เหมาะสำหรับพื้นที่สาธารณะ ทางเท้า และลานจอดรถ โดยมีเป้าหมายพัฒนาต้นแบบพร้อมจัดแสดงในงาน KMITL Innovation EXPO 2026 และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป