KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

การพัฒนาวัสดุคาร์บอนนาโนโพรงประสิทธิภาพสูงจากของเสียอุตสาหกรรมเพื่อใช้เป็นสารเสริมในซีเมนต์สำหรับการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และการซ่อมแซมตัวเองของคอนกรีต

การพัฒนาวัสดุคาร์บอนนาโนโพรงประสิทธิภาพสูงจากของเสียอุตสาหกรรมเพื่อใช้เป็นสารเสริมในซีเมนต์สำหรับการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์และการซ่อมแซมตัวเองของคอนกรีต

รายละเอียด

Green Bond Cement เป็นนวัตกรรมซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่ใช้ คาร์บอนนาโนโพรง (Nanoporous Carbon; NPC) จากลิกนิน ของเสียจากอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และกักเก็บในรูปแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) ภายในเนื้อซีเมนต์ ช่วยให้วัสดุมีความหนาแน่น แข็งแรง และสามารถซ่อมแซมรอยร้าวขนาดเล็กได้ ผลการทดสอบพบว่าสามารถกักเก็บ CO₂ ได้ประมาณ 160 กิโลกรัมต่อตันวัสดุ และเพิ่มกำลังรับแรงอัดของซีเมนต์ 10-15% นวัตกรรมนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าของเสียอุตสาหกรรม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป้าหมาย Carbon Neutrality.

วัตถุประสงค์

-

นวัตกรรมอื่น ๆ

ฟิงสเปล: การเรียนรู้การสะกดนิ้วภาษามืออเมริกันเบื้องต้นผ่านเกมโลกเสมือนจริง

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

ฟิงสเปล: การเรียนรู้การสะกดนิ้วภาษามืออเมริกันเบื้องต้นผ่านเกมโลกเสมือนจริง

นวัตกรรมเกม VR เพื่อการเรียนรู้ภาษามือ ที่เปลี่ยนการฝึกสะกดนิ้วแบบเดิมให้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุก แม่นยำ และมีส่วนร่วมมากขึ้น

อุปกรณ์ควบคุมพลังงานชนิดปรับขนาดได้สำหรับอาคารอัจฉริยะ

คณะบริหารธุรกิจ

อุปกรณ์ควบคุมพลังงานชนิดปรับขนาดได้สำหรับอาคารอัจฉริยะ

-

บล็อกเกม: การเรียนรู้การจัดการทรัพยากรเมืองเชิงพื้นที่

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

บล็อกเกม: การเรียนรู้การจัดการทรัพยากรเมืองเชิงพื้นที่

การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทั่วโลกส่งผลให้ประชากรในเขตเมืองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความท้าทายสำคัญในการจัดสรรพื้นที่และทรัพยากรเมืองอย่างเหมาะสม โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกประเด็นและสร้างโจทย์สถานการณ์จำลองทางการวางผังเมืองที่มีความสมดุลระหว่างความง่ายและความซับซ้อน พร้อมทั้งผลิตโมเดลต้นแบบ "บล็อกเกม: การเรียนรู้การจัดการทรัพยากรเมืองเชิงพื้นที่" (Block Game: Learning of Spatial Urban Resource Management) ซึ่งเป็นสื่อการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ที่ช่วยแปลงแนวคิดเชิงทฤษฎีให้เป็นรูปธรรม ผู้เรียนและผู้สนใจทั่วไปจะได้สวมบทบาทเป็นนักวางผังเมืองผ่านการทดลองจัดวางองค์ประกอบเมือง จัดสรรประชากรให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ และวางแผนสำรองพื้นที่เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต ผ่านกระบวนการลงมือปฏิบัติจริง การทำงานร่วมกัน การรับฟังความคิดเห็น และการทวนสอบปรับเปลี่ยนผัง ผลงานต้นแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยย่อยเนื้อหาทางวิชาการที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและกระตุ้นความสนใจ แต่ยังช่วยบ่มเพาะทักษะการตัดสินใจเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายของเมืองที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การจัดการภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ