
โครงงานนี้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้คอมพิวเตอร์วิทัศน์วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจจับการกระทำผิดกฎหมายจราจร เช่น การฝ่าฝืนขับรถเข้าเขตที่มีเส้นทึบ ระบบสามารถระบุและบันทึกเหตุการณ์ละเมิดกฎจราจรโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและลดภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ โดยบูรณาการข้อมูลเพื่อปรับปรุงการจัดการจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน
ในปัจจุบัน ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาเมือง การฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะการขับรถทับเส้นทึบ เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุและการจราจรติดขัด แม้จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างแพร่หลาย แต่การตรวจสอบภาพจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่มนุษย์นั้นมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความแม่นยำ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์และปัญญาประดิษฐ์ เปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาระบบอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดกฎหมาย การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในการบังคับใช้กฎหมายจราจรจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ การบูรณาการระบบตรวจจับการกระทำผิดกฎจราจรอัตโนมัติเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้คอมพิวเตอร์วิทัศน์ในการตรวจจับการกระทำผิดกฎจราจรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน และสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคต

คณะวิทยาศาสตร์
งานวิจัยนี้ เสนอการสร้างอุปกรณ์ต้นแบบ "มิเตอร์ตรวจปรอทแบบพกพา" (Handheld Mercury Meter) โดยใช้ทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้าชนิดไวต่อไอออนเป็นแพลตฟอร์มในการตรวจวัดตามหลักการโพเทนชิโอเมตรี ได้สังเคราะห์เยื่อเลือกผ่านที่มีความจำเพาะเจาะจงกับปรอท (II) พบว่ามิเตอร์ที่พัฒนาขึ้น ตอบสนองต่อปรอทได้ดี มีความแม่นและความเที่ยงสูง (ค่าร้อยละของการวิเคราะห์คืนกลับอยู่ในช่วง 92.55 – 109.32 และค่าร้อยละส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์เท่ากับ 2.38) เมื่อนำไปประยุกต์ใช้กับตัวอย่างน้ำและเครื่องสำอางที่มีการเติมสารมาตรฐานปรอทลงไป พบว่าผลการวิเคราะห์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 เมื่อเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงเครื่องมือ (ICP-OES) ซึ่งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ นำไปใช้กับงานภาคสนามไม่ได้

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจุบันการประกอบคอมพิวเตอร์ถือได้ว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวผู้คนมากมาย ทุกคนมีโอกาสจับต้องได้ ซึ่งความรู้ในองค์ประกอบต่างๆของคอมพิวเตอร์ และทักษะในการประกอบคอมพิวเตอร์ 2 สิ่งที่กล่าวไปเป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปควรมีความรู้และความเข้าใจพื้นฐาน สำหรับการประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง เราจึงอยากที่จะให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการที่จะเรียนรู้วิธีการประกอบ คอมพิวเตอร์ รวมไปข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับองค์ประกอบ ผ่านการนำเสนอให้ออกมาในรูปแบบของสื่อการเรียนรู้บนเทคโนโลยี VR ซึ่งจะช่วยลดปัญหาด้านความผิดพลาด และทรัพยากรที่จะใช้ในการประกอบลงไปได้ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ใช้งานด้วยการจำลองการประกอบคอมพิวเตอร์ให้ผู้ใช้ได้มีปฏิสัมพันธ์ภายในโลกเสมือน สร้างประสบการณ์ และให้ความรู้ก่อนที่จะนำไปปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์จริง โครงงานนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจในการประกอบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ในการประกอบคอมพิวเตอร์มาก่อน รวมไปถึงบุคคลที่อยากมีโอกาสได้ลองประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
-