การพัฒนาเม็ดบีทไฮโดรเจลแบบสองชั้นสำหรับใช้เป็นเซ็นเซอร์เชิงสีในการวิเคราะห์หาปริมาณวิตามินบี6 ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมวิตามิน และทำการตรวจวัดโดยใช้โทรศัพท์มือถือ โดยในการสร้างเม็ดบีทจะอาศัยแรงประจุไฟฟ้าในการทำให้เกิดเม็ดบีทไฮโดรเจลแบบสองชั้น
จากสภาพการทำงานและการใช้ชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน ที่มีความกดดัน เคร่งเครียด ต้องทำงานแข่งกับเวลา ส่งผลให้ผู้คนเริ่มมีปัญหาสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากขาดการดูแลตัวเองที่ดี การอดอาหาร ตลอดจนการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เพื่อตอบสนองต่อสังคมที่เร่งรีบ จึงทำให้ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ถูกผลิตขึ้นมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมในรูปแบบเม็ด หรือเครื่องดื่มที่มีการเสริมวิตามิน ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้ มีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อต่างๆ จึงทำให้ผู้คนเริ่มให้ความนิยมในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้ หนึ่งในนั้นก็ คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการเสริมวิตามินบี6 ประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องดื่มเสริมวิตามิน ส่งผลให้มีผู้ประกอบการบางรายเติมสารอาหารหรือวิตามินในปริมาณที่ไม่ เป็นไปตามที่ระบุบนฉลาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการวิเคราะห์หาสารจำพวกวิตามินในผลิตภัตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ จึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาวิธีตรวจวัดเชิงสือย่างง่ายในการหาปริมาณวิตามินปี6 ในเครื่องดื่มเสริมวิตามินบี6 ที่สามารถวัดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยจะทำการสร้างเม็ดบีท ของเคอร์คูมินด้วยวิธี reverse sphenfication เพื่อใช้เป็นตัวรับรู้เชิงสี และใช้ร่วมกับการตรวจวัดด้วยการประมวลผลภาพถ่าย

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
โครงการที่ประกอบด้วยศูนย์การค้าชุมชน ศูนย์กลางข้อมูลทางเกษตรกรรมที่มีศูนย์ข้อมูล พื้นที่โรงประลอง ห้องสมุดวัสดุและการปลูกพืชแนวตั้ง รวมถึงบ้านพักอาศัยแบบโฮมออฟฟิศ 4 จำนวนหลัง

วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบขับเคลื่อนต่อพ่วงอุปกรณ์การเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี RFID พร้อมทั้งศึกษาประสิทธิภาพการเคลื่อนที่บนพื้นผิวที่แตกต่างกัน ได้แก่ พื้นปูนคอนกรีตและพื้นสนามหญ้า การทดลองมุ่งเน้นการตรวจสอบระยะการอ่านค่าแท็ก (Tag) ภายใต้ระดับกำลังส่ง 20 dBm, 23 dBm และ 26 dBm รวมถึงผลกระทบของมุมเสาอากาศต่อประสิทธิภาพการตรวจจับ นอกจากนี้ ระบบถูกทดสอบในเส้นทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา ที่ระยะ 2 เมตร, 4 เมตร และ 6 เมตร ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนที่ในเส้นทางตรงบนพื้นปูนคอนกรีตที่ระยะ 4 เมตรให้ค่าความเร็วเฉลี่ยสูงสุดที่ 0.4736 m/s และมุมองศาเฉลี่ย 91.6° ขณะที่พื้นสนามหญ้าให้ค่าความเร็วเฉลี่ย 0.4483 m/s และมุมองศาเฉลี่ย 91.1° ในกรณีของเส้นทางเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวา พบว่าการเคลื่อนที่บนพื้นปูนคอนกรีตมีค่าความเร็วเฉลี่ยสูงกว่าพื้นสนามหญ้า โดยเฉพาะที่ระยะ 4 เมตรซึ่งพบค่ามุมองศาที่แตกต่างกัน การศึกษานี้ช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของรถขับเคลื่อนและเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
ประเทศไทยผลิตกล้วยกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้เกิดของเสียทางการเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะปลีกล้วยซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มักถูกทิ้งโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนา "ขนมอบกรอบเสริมไฟเบอร์จากผงปลีกล้วย" เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวที Conovative Award 2024 อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านเนื้อสัมผัสหยาบ สีคล้ำ และรสฝาดตกค้าง การวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการเตรียมวัตถุดิบ (pretreatment) ด้วยวิธีทางกายภาพและเคมีที่ปลอดภัย รวมถึงเปรียบเทียบเทคนิคการทำแห้งแบบต่าง ๆ เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพให้ได้สูงสุด อันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพพร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้