
บอร์ดเกมกำลังเป็นที่นิยมในฐานะกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนในยุคดิจิทัล และมีคอมมูนิตี้ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในคาเฟ่และแหล่งพบปะต่างๆ ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวไทยก็มีเสน่ห์ที่หลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เราจึงต้องการนำเสนอการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ โดยผสานเสน่ห์ของเมืองรองเข้ากับความสนุกของบอร์ดเกม เพื่อให้ทั้งความรู้และความบันเทิงไปพร้อมกัน จึงเป็นที่มาของ “C(4)ulture Adventure Board Game”
เพราะว่าอยากนำเสนอความรู้ในการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคการห่อหุ้มร่วม (Co-encapsulation) ของวิตามินซีและโคเอนไซม์คิวเท็นภายในลิโปโซม เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพการกักเก็บของสารสำคัญ รวมถึงศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการปลดปล่อยในสภาวะจำลองระบบทางเดินอาหาร โดยทำการเตรียมลิโปโซมด้วยวิธี High-Speed Homogenization Method และวิเคราะห์คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น ขนาดอนุภาค ศักย์ไฟฟ้า การกักเก็บสารสำคัญ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระผ่าน DPPH, ABTS และ FRAP assay ผลการศึกษาพบว่าการห่อหุ้มร่วมสามารถเพิ่มความเสถียรของวิตามินซีและโคเอนไซม์คิวเท็นได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการห่อหุ้มเดี่ยว โดยมีค่าประสิทธิภาพการกักเก็บสูง และสามารถรักษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดี นอกจากนี้ ลิโปโซมที่เตรียมขึ้นยังแสดงประสิทธิภาพการปลดปล่อยที่เหมาะสมในสภาวะจำลองระบบทางเดินอาหาร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคนิค Co-encapsulation ในการเพิ่มประสิทธิภาพของสารอาหารเชิงหน้าที่ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพได้

วิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์จำลองระบบผิวหนังบนชิป (Skin-on-a-Chip; SoC) โดยผสานเซลล์ผิวหนังและเซลล์บุผนังหลอดเลือดเข้ากับระบบของไหลจุลภาค (Microfluidics) เพื่อจำลองสภาวะแวดล้อมทางชีวภาพของผิวหนังมนุษย์อย่างใกล้เคียงความเป็นจริง อุปกรณ์นี้สามารถลดการใช้สัตว์ทดลอง ลดต้นทุนและเวลาในการวิจัย และเพิ่มความแม่นยำในการทดสอบสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมและเครื่องสำอาง โครงการมีเป้าหมายพัฒนาต้นแบบในระดับ TRL 5 พร้อมยื่นขอสิทธิบัตร และพัฒนากระบวนการผลิตระดับกึ่งอุตสาหกรรม เพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ภายใน 2 ปี

คณะแพทยศาสตร์
โรคปวดศรีษะไมเกรน เป็นโรคที่พบได้บ่อย และ ส่งผลต่อการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โรคปวดศรีษะไมเกรนแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะอาการเตือน (Prodrome หรือ premonitory) ระยะออร่า (Aura) ระยะปวดศีรษะ (Headache) และระยะฟื้นตัว (Postdrome) โดยระยะอาการเตือน (premonitory stage) สามารถเกิดขึ้นก่อนการปวดศีรษะได้นานถึง 72 ชั่วโมง และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าการใช้ยาในระยะนี้สามารถช่วยป้องกันการปวดศรีษะได้ อย่างไรก็ตาม อาการในระยะนี้มักไม่จำเพาะเจาะจง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่ากำลังอยู่ในระยะอาการเตือนของไมเกรนหรือไม่ โปรตีน Calcitonin gene-related peptide (cGRP) เป็นโมเลกุลสำคัญที่มีบทบาทในการเกิดไมเกรน โดยมีงานวิจัยพบว่าระดับ cGRP ในน้ำลายเพิ่มขึ้นในช่วงระยะอาการเตือน (premonitory stage) การศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและประเมินชุดทดสอบแบบ Lateral Flow Immunoassay สำหรับตรวจหาระดับ cGRP ในน้ำลายของผู้ป่วยไมเกรนในระยะอาการเตือน ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือช่วยยืนยัน เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจ และ ใช้ยาก่อนที่จะมีอาการปวดหัว