
งานวิจัยนี้พัฒนา "ชุดสาธิตระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) อัจฉริยะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า" ในรูปแบบต้นแบบขนาดย่อส่วนที่สามารถตรวจวัดแรงดัน กระแส และอุณหภูมิของเซลล์แบตเตอรี่ พร้อมควบคุมกระบวนการ cell balancing และการประจุ-คายประจุอย่างแม่นยำ โดยมีแดชบอร์ดแสดงผลแบบ real-time และฝังโมเดล AI ประเภท LSTM และ GRU เพื่อคาดการณ์แรงดันและค่า SoC ของแบตเตอรี่ในสภาวะโหลดต่าง ๆ ชุดสาธิตนี้ออกแบบให้เหมาะสำหรับงานนิทรรศการและการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา อันเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการศึกษา การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ถูกขับเคลื่อนทั้งในระดับนโยบายภาครัฐและอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ “30@30” เพื่อให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนการผลิตไม่น้อยกว่า 30% ของการผลิตรถยนต์ภายในประเทศภายในปี พ.ศ. 2573 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเติบโตของตลาด EV อย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบข้อจำกัดสำคัญคือ การขาดแคลนองค์ความรู้และระบบประกอบที่มีคุณภาพในประเทศ โดยเฉพาะ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS (Battery Management System) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ใน EV จากประสบการณ์ของทีมวิจัยที่ได้ดำเนินโครงการต่อยอดระบบ BMS สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ทีมพบว่าผู้ประกอบการภายในประเทศส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน BMS ที่ถูกต้อง และมีการนำระบบราคาถูกจากต่างประเทศที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพมาใช้งานในเชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังไม่มีต้นแบบหรือชุดจัดแสดงที่สามารถอธิบายการทำงานของ BMS และเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องในลักษณะที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ในงานด้านการเรียนการสอน หรือนิทรรศการวิชาการเพื่อการขยายผลได้จริง ด้วยเหตุนี้โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา “ชุดสาธิตระบบ BMS อัจฉริยะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า” ที่สามารถแสดงการทำงานของระบบควบคุมแบตเตอรี่ พร้อมการวิเคราะห์ข้อมูลแรงดันและสถานะประจุ (SoC) แบบเรียลไทม์โดยใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่น LSTM และ GRU ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัย พร้อมแสดงผลผ่านแดชบอร์ดที่เข้าใจง่าย เหมาะแก่การจัดแสดงในงาน KMITL Innovation EXPO 2026 และยังสามารถใช้ในห้องเรียนหรือการอบรมวิชาชีพได้ในระยะยาว โครงการนี้จึงมีความสำคัญทั้งในเชิงวิชาการ อุตสาหกรรม และสังคม โดยเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การจัดการพลังงานและ AI เข้ากับผู้เรียน นักพัฒนาและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งสามารถเป็นต้นแบบสำหรับการต่อยอดสู่อุปกรณ์ BMS ที่ผลิตได้เองในประเทศในอนาคต ช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม EV ไทยอย่างยั่งยืน

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
-

คณะวิศวกรรมศาสตร์
โครงงานสหกิจศึกษาหัวข้อการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้าด้วย Power BI และ Power Automate รณีศึกษาบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ศูนย์ปฏิบัติการชลบุรี จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบการเบิก โอน จ่าย และรับเข้าสินค้า โดยมุ่งแก้ไขปัญหาเวลาสูญเปล่าและความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน จากการสำรวจพบว่าระบบ SAP มีกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องมีความชำนาญ แม้ว่าบริษัทจะมีการพัฒนาระบบ iWarehouse เพื่อปรับปรุงความรวดเร็ว แต่ยังคงพบความล่าช้าและความซับซ้อนในขั้นตอนการทำงาน เพื่อแก้ปัญหานี้ ผู้ศึกษาได้นำ Power BI มาช่วยในการแสดงผลข้อมูล เช่น ข้อมูลการเบิก โอน จ่าย และรับเข้าสินค้า ช่วยให้พนักงานคลังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่าและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Power Automate ยังถูกนำมาใช้ในการประมวลผลเลขการรับสินค้า อัตโนมัติจากอีเมล เพื่อลดข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการป้อนข้อมูลจากอีเมล ผลลัพธ์จากการปรับปรุงนี้แสดงให้เห็นว่าพนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นและสามารถลดเวลาสูญเปล่าที่เกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังเสร็จสิ้นการศึกษา ข้อมูลและแนวทางการพัฒนาเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้บริษัทเพื่อนำไปพัฒนาต่อไป

คณะวิศวกรรมศาสตร์
บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่มีนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัย คือ ความเสี่ยงเป็นศูนย์ อุบัติเหตุเป็นศูนย์ และบริษัทมีการเก็บสถิติของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในโรงงานเมื่อปี พ.ศ.2567ที่ผ่านมามีการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 5 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่สายการประกอบที่อยู่ในการดูแลของแผนก Production Engineer Assembly ที่ดิฉันได้ฝึกงานอยู่ ดิฉันจึงมีการนำปัญหานี้มาแก้ไข โดยการวิเคราะห์ปัญหา แจกแจง เลือกวิธีการแก้ไขปัญหา จนได้มาเป็นการใช้ระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาตรวจจับพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่จะมีความเสี่ยงเกิดขึ้น โดยการสอนปัญญาประดิษฐ์ด้วยภาพที่มีการทำงานผิดปกติของพนักงาน หรือความผิดปกติของอุปกรณ์จำพวกสายพาน, ลิฟท์ขากรรไกร, พาเลท (pallet) จากนั้นถึงออกแบบแนวคิดการพัฒนาซอฟต์แวร์(Software) จนทำ ให้ระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สามารถตรวจจับได้ ส่งผลให้หลังจากการติดตั้ง ไม่เกิดอุบัติเหตุในบริเวณนั้นอีก ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายจากการเกิดอุบัติเหตุ การเทรนพนักงานใหม่ ทรัพยากรที่ใช้ในการทำงาน หรืออื่นๆอีกมากมาย