ปัจจุบันรถยนต์เป็นพาหนะที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นผู้ใช้รถจึงนิยมทำประกันภัยเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของบริษัทประกันภัย บริษัทจะรับผิดชอบความเสียหายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ หนึ่งในหน้าที่ที่ฝ่ายสินไหมทดแทนของบริษัทต้องทำคือการจัดหาอะไหล่เพื่อควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่านสินไหมทดแทนอาจเกิดมีการทำงานที่ผิดพลาด เช่น การสั่งอะไหล่ผิดหรือสั่งมาเกินความจำเป็นที่ต้องการใช้ ปัจจุบันบริษัทประกันภัยยังไม่มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากนัก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบจัดการและจัดเก็บอะไหล่รถยนต์สำหรับบริษัทประกันภัย ระบบถูกออกแบบให้สามารถติดตามสถานะของอะไหล่ ตั้งแต่การจัดเก็บจนถึงการเบิกจ่าย โดยใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดเพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ระบบดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถบริหารอะไหล่ได้อย่างเป็นระบบ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ
การประกันภัยเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน บริษัทประกันจึงจำเป็นที่จะต้องปรับตัวรับมือกับกรมธรรม์ที่มากขึ้นในทุกๆปี ทำให้จะต้องมีระบบในการรองรับและจัดการต่างๆ ซึ่งในหน่วยงานของสินไหมรถยนต์เอง ก็ต้องมีระบบและการจัดการที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคืองานระบบภายในและระบบภายนอกที่เกิดจากความต้องการของสาขาต่างๆของบริษัท และคู่ค้าสัญญาในเครือ ซึ่งทำให้เกิดระบบขึ้นมา ได้แก่ ระบบจัดการและจัดเก็บอะไหล่

คณะวิทยาศาสตร์
แบคเทอริโอซินเป็นเปปไทด์ต้านจุลชีพชนิดหนึ่งที่จุลินทรีย์เป็นคนผลิตออกมาซึ่งมีความสามารถในการยับยั้งจุลชีพก่อโรคได้ จากงานวิจัยนี้นั้นได้มีการศึกษาความสามารถในการยับยั้งจุลชีพก่อโรคและระบุชนิดของแบคเทอริโอซินของแบคเรียกรดแลคติกสายพันธุ์ TKP1-5 ที่คัดแยกมาจากอุจจาระเป็ด ซึ่งมีการระบุลักษณะสปีชีส์ของสายพันธุ์ TKP1-5 โดยใช้การวิเคราะห์จากลำดับ 16s rRNA และลำดับจีโนมทั้งหมด พบว่าจากค่า ANIb, ANIm, และค่า dDDH พบว่าสายพันธุ์นี้คือ Lactococcus lactis อีกทั้งยังมีการทดสอบลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้พบว่ามีความสามารถในการเจริญเติบโตใดในสภาวะแวดล้อมดังต่อไปนี้ สามารถโตได้ที่เปอร์เซ็นต์เกลือที่ 2-6% อุณหภูมิ 25-45 องศาเซลเซียส และพีเอช 3-9 ตามลำดับ โดยการศึกษาและระบุชนิดของแบคเทอริโอซินผ่านการวิเคราะห์ลำดับจีโนมนั้นพบว่าเป็นชนิด ไนซิน-ซี (Nisin-Z) ที่ค่าคะแนนเท่ากับ 114.775 รวมไปถึงการวิเคราะห์ความสามารถในการยับยั้งจุลชีพก่อโรคพบว่ามีความสามารถในการยับยั้งจุลชีพก่อโรคดังนี้ Pediococcus pentosaceus JCM5885, Listeria monocytogenes ATCC 19115, Enterococcus faecalis JCM 5803T, Salmonella Typhimurium ATCC 13311ᵀ, Aeromonas hydrophila B1 AhB1, Streptococcus agalactiae 1611 และ Streptococcus cowan I ตามลำดับ การวิเคราะห์ลำดับจีโนมทั้งหมดยังยืนยันได้อีกว่า L.lactis TKP 1-5 นี้ไม่พบยีนที่สามารถจะเป็นจุลชีพก่อโรค ยีนดื้อยา และพลาสมิด อีกด้วย อีกทั้งยังพบยีนที่มีความเกี่ยวข้องในการเป็นโพรไบโอติกหรือยีนที่ก่อให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ทั้งนี้หวังว่าสายพันธุ์ TKP1-5จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อุตสาหกรรมอาหารนั้นนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารในการต้านจุลชีพก่อโรคในอนาคต

วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
เนื่องจากมีการระบาดของปลาหมอคางดำ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมของธรรมชาติ เพราะปลาหมอคางดำมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ปลาหมอคางดำมีจำนวนประชากรมากเกินไป ทำให้มีการแย่งชิงของอาหารและที่อยู่อาศัยของปลาพื้นถิ่น อีกทั้งพฤติกรรมการกินที่หลากหลายของปลาหมอคางดำอาจส่งผลให้เกิดการลดลงของสัตว์น้ำขนาดเล็กหรือพืชน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอีกด้วย

คณะวิศวกรรมศาสตร์
ในปัจจุบัน ผู้บริโภคอาจเคยประสบเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์ใดตามปัญหาผิว, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นไม่ให้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ, ผลิตภัณฑ์นั้นไม่คุ้มค่ากับราคา, แพ้สารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นแล้วมีส่วนผสมที่ไม่ควรใช้ร่วมกันนำไปสู่การระคายเคือง ด้วยเหตุผลนี้คณะผู้จัดทำจึงพัฒนาแอปพลิเคชันวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและรู้ว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ใดตามปัญหาผิวโดยไม่ต้องอาศัยความรู้ด้านเคมีและได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับราคาที่สุด โครงงานได้มีการบูรณาการความรู้ด้าน Software เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อค้นหาและแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมให้กับผู้บริโภค โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมููลของส่วนผสมที่สำคัญต่าง ๆ จากบทความและงานวิจัยที่เชื่อถือได้