KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

ศึกษาความเป็นไปได้ของการออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วด้วยกระบวนการ Upcycle ภายใต้ความร่วมมือกับสถานประกอบการอุตสาหกรรมท้องถิ่น

ศึกษาความเป็นไปได้ของการออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วด้วยกระบวนการ Upcycle ภายใต้ความร่วมมือกับสถานประกอบการอุตสาหกรรมท้องถิ่น

รายละเอียด

การศึกษาครั้งนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ในสถานประกอบการอุตสาหกรรมเสาเข็มไมโครไพล์ด้วยกระบวนการ Upcycle ภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า (3Rs) โดยศึกษาประเภทและศักยภาพของวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้และของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา สถานประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชน ผลที่ได้นำไปสู่ต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และเป็นองค์ความรู้ต้นแบบสำหรับผู้ประกอบการ นักออกแบบ และ Start-up ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

ประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ซิ่งหมายถึงการเปิดเสรีทางการค้า การบริการ การลงทุน การเงิน และแรงงานฝีมือกับอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน ตามพันธกรณีที่ได้ทำไว้ร่วมกันในการรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการร่วมมือดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการค้าและบริการได้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผลิตสิค้าหลากหลายจำนวนมาก ทั้งสิค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าอุตสาหกรรม และส่วนมากเป็นผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากภาครัฐ ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะช่วยให้การจัดการมลพิษทางอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการศึกษาปัญหาที่ต้นเหตุ ได้แก่ จากการศึกษาการดำเนินกิจการพบว่ามีวัสดุสะอาดที่เหลือจากการผลิตอยู่จำนวนมากในแต่ละวัน ซึ่งต้องใช้ทุนในการจัดการวัสดุที่เหลือใช้จำนวนมาก อีกทั้งต้องบริหารพื้นที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งแก้ไขโดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้งการลดของเสีย การใช้วัสดุเหลือใช้จากการผลิตมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป โดยการศึกษาทฤษฎีแนวคิดการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า (3Rs) ร่วมกับเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) จัดการของเสียในสถานประกอบการอุตสาหกรรม (โดยงานออกแบบในโครงการวิจัยอาจนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น) โดยแบ่งหัวข้อการศึกษาดังนี้ 1 ของเสียและประเภทของเสียที่เกิดจากสถานประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industry) โดยให้สถานประกอบการใช้ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสียจากกระบวนการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการนำของเสียกลับไปใช้ประโยชน์ โดยใช้ แนวคิดการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า (3Rs) และเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) จัดการของเสียในสถานประกอบการอุตสาหกรรม (สำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม, 2555) แนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (3Rs) เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ช่วยลดขยะให้น้อยลงได้ ด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ ลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำไปแปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycle) (Green Network, 2019) สำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (2555) อธิบายไว้ว่า ขยะที่เกิดจากสถาน ประกอบการอุตสาหกรรมเรียกว่า “ของเสีย” หมายถึงสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วที่เกิดจากการประกอบกิจการในโรงงาน ประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ได้แก่ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสาร กำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ. 2547 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กำหนดไว้ว่าของเสียเหล่านี้ต้องแจ้งและต้องได้รับการอนุญาตก่อนนำไปจัดการ ประเภทของเสียต่าง ๆ ที่เกิดจากสถานประกอบการอุตสาหกรรม 2 การจัดการของเสียแบบประสมประสาน สำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (2555) กล่าวถึงการจัดการของเสียให้ได้ผลต้องใช้ วิธีการจัดการของเสียแบบประสมประสาน กล่าวคือใช้หลายวิธีในแนวคิด 3Rs ร่วมกันตั้งแต่ต้นทางถึง ปลายทางก่อนการกำจัดทิ้ง โดยต้องทราบปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับของเสียก่อน เช่น ชนิดและปริมาณของของเสีย เพื่อพิจารณาการจัดลำดับความสำคัญ, ลักษณะคุณสมบัติของของเสีย เพื่อศึกษาและวางแผนการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน และแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะช่วยให้การจัดการมลพิษอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำวัสดุที่มีศักยภาพ ที่ไม่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิตของสถานประกอบการอุตสาหกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการออกแบบให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์นั้น ได้แก่ กระบวนการ Upcycle ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำจำกัดความว่า “เป็นการนำวัสดุที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้วมาทำให้มีมูลค่าหรือใช้ได้ดีกว่าเดิม” หรือ การนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาทำให้มีคุณภาพและมูลค่ามากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจขั้นต้นสามารถพบวัสดุเหลือใช้ที่มีศักยภาพในการเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ จึงได้เกิดโครงการทดลองต้นแบบเพื่อทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับการใช้กระบวนการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดสินค้าใหม่ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางหรือคู่มือให้กับผู้ประกอบการ หรือ Start Up เพื่อพิจารณาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของตน รวมถึงนักออกแบบ นักศึกษา หรือคนทั่วไปที่สนใจงานออกแบบ Upcycle สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องการออกแบบได้อย่างหลากหลาย

นวัตกรรมอื่น ๆ

ไร้การกระทำ

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ

ไร้การกระทำ

งานชิ้นนี้ได้ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดหลักของสภาวะโลกร้อนและโลกหลังยุคล่มสลาย ที่ได้ส่งผลกระทบให้ระบบนิเวศเกิดการแทรกแซงและความวุ่นวาย และการดำรงอยู่ของหลายๆสิ่งมีชีวิตบนโลกต้องสูญหายไป ซึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ การแก้ไขและซ่อมแซมโลกใบนี้จึงอาจเป็นความหวังที่ไม่อาจเกิดขึ้นจริง เชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัวของข้าพเจ้าที่ต้องสูญเสียสิ่งที่รัก และความทุกข์จากการตั้งความหวังที่ยิ่งใหญ่ ผ่านกระบวนการศิลปะโดยใช้สื่อ Animation Art และ Sound art

ระบบขับเคลื่อนต่อพ่วงอุปกรณ์ทางการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี RFID

วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ระบบขับเคลื่อนต่อพ่วงอุปกรณ์ทางการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี RFID

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบขับเคลื่อนต่อพ่วงอุปกรณ์การเกษตรโดยใช้เทคโนโลยี RFID พร้อมทั้งศึกษาประสิทธิภาพการเคลื่อนที่บนพื้นผิวที่แตกต่างกัน ได้แก่ พื้นปูนคอนกรีตและพื้นสนามหญ้า การทดลองมุ่งเน้นการตรวจสอบระยะการอ่านค่าแท็ก (Tag) ภายใต้ระดับกำลังส่ง 20 dBm, 23 dBm และ 26 dBm รวมถึงผลกระทบของมุมเสาอากาศต่อประสิทธิภาพการตรวจจับ นอกจากนี้ ระบบถูกทดสอบในเส้นทางตรง เลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา ที่ระยะ 2 เมตร, 4 เมตร และ 6 เมตร ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนที่ในเส้นทางตรงบนพื้นปูนคอนกรีตที่ระยะ 4 เมตรให้ค่าความเร็วเฉลี่ยสูงสุดที่ 0.4736 m/s และมุมองศาเฉลี่ย 91.6° ขณะที่พื้นสนามหญ้าให้ค่าความเร็วเฉลี่ย 0.4483 m/s และมุมองศาเฉลี่ย 91.1° ในกรณีของเส้นทางเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวา พบว่าการเคลื่อนที่บนพื้นปูนคอนกรีตมีค่าความเร็วเฉลี่ยสูงกว่าพื้นสนามหญ้า โดยเฉพาะที่ระยะ 4 เมตรซึ่งพบค่ามุมองศาที่แตกต่างกัน การศึกษานี้ช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของรถขับเคลื่อนและเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

ระบบประเมินโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบออฟไลน์เพื่อออกแบบระบบผู้เชี่ยวชาญในภาษาไทย

วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง

ระบบประเมินโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบออฟไลน์เพื่อออกแบบระบบผู้เชี่ยวชาญในภาษาไทย

ระบบประเมินโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบออฟไลน์ในภาษาไทยถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อภายนอก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเลือกใช้ LLMs ที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรหรือระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System: ES) ระบบสามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บข้อมูลภายนอก ส่งผลให้มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง นอกจากนี้ ยังรองรับการทดสอบและพัฒนาโมเดลด้วยเทคนิคการดึงข้อมูลเสริม (Retrieval-Augmented Generation: RAG) เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเฉพาะทางและประมวลผลได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน และตอบสนองความต้องการขององค์กรและระบบผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสม