
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบแบบพกพาสำหรับตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและสัญญาณชีพแบบไม่รุกล้ำ โดยใช้เทคนิค Near-Infrared Spectroscopy (NIR) ร่วมกับระบบเซนเซอร์ชีวภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของเทคโนโลยีแบบเจาะเลือดที่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ต้นทุนต่ำ และแสดงผลแบบ real-time เหมาะสำหรับการใช้งานนอกสถานพยาบาล เช่น คลินิกชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต
ในปัจจุบัน การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ และระดับออกซิเจนในเลือด เป็นกระบวนการที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานและโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักเป็นแบบรุกล้ำ เช่น การเจาะเลือด ซึ่งไม่สะดวกในการใช้งานระยะยาว และไม่เหมาะกับกลุ่มประชากรผู้สูงอายุหรือผู้ที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถวัดสัญญาณชีพได้หลายค่า แต่ยังไม่มีเครื่องมือที่สามารถตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือดแบบไม่รุกล้ำที่ใช้งานง่าย ต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับบริบทของชุมชนหรือคลินิกท้องถิ่น โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบแบบพกพา ซึ่งใช้เทคนิค Near-Infrared Spectroscopy (NIR) ร่วมกับระบบเซนเซอร์ชีวภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้สามารถตรวจวัดกลูโคสและสัญญาณชีพได้แบบไม่ต้องเจาะเลือด ชุดตรวจดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีต้นทุนการผลิตต่ำ และสามารถแสดงผลการวิเคราะห์แบบ real-time ผ่านหน้าจอ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานนอกสถานพยาบาล เช่น ในคลินิกชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือแม้แต่ในบ้านของผู้ป่วยเอง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีสุขภาพที่กำลังพัฒนา และสามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
กาแฟเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญสำหรับใช้ในการผลิตเครื่องดื่มระดับพรีเมียมเพื่อให้บริการผู้คนทั่วโลก ไมโครไบโอมของกาแฟกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพเมล็ดกาแฟผ่านการหมักตามธรรมชาติ ดังนั้นการทำความเข้าใจความหลากหลายของจุลินทรีย์จึงสามารถสร้างคุณภาพที่ดีขึ้นของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายได้ การศึกษานี้ศึกษากลุ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติในระหว่างการหมักกาแฟแบบเปียกในประเทศไทยเพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะของจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ต่อลักษณะทางชีวเคมีและคุณลักษณะทางเมแทบอลิซึม การคั่วถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนารสชาติ/กลิ่นที่ซับซ้อน เพื่อทำให้กาแฟน่ารับประทาน ในระหว่างกระบวนการคั่ว ถั่วจะมีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีกายภาพที่ซับซ้อนหลายอย่างจากสารที่ได้รับในกระบวนการหมัก การเปลี่ยนแปลงการก่อตัวของสารที่รับผิดชอบต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัส คุณสมบัติทางเคมีกายภาพ/กลิ่น ตลอดจนประโยชน์ต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย การใช้จุลินทรีย์เฉพาะเริ่มต้นสามารถพัฒนาคุณลักษณะที่โดดเด่นของกาแฟได้ (ทำร่วมกับบริษัท Van Hart)

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ
-

คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ทดแทนเทคโนโลยียานยนต์พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง (Internal Combustion Engine: ICE) เพื่อลดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเริ่มมีการผลักดันนโยบายการส่งเสริมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เช่น การนำรถโดยสารไฟฟ้ามาทดสอบให้บริการประชาชนผ่านหน่วยงาน ขสมก. แต่อุปสรรคสำคัญของโครงการคือต้นทุนเริ่มต้นของราคายานยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูง แม้ว่ายานยนต์ไฟฟ้าจะมีค่าดำเนินการต่อระยะทางต่ำกว่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมากก็ตาม จึงทำให้ผู้ประกอบการยังไม่ให้ความสนใจในการเปลี่ยนการใช้งานจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นการดัดแปลงรถเดิมเป็นรถไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ลงได้ โครงการนี้จะใช้เทคโนโลยีนี้กับการดัดแปลงรถกระบะเก่าให้เป็นรถ 2 แถวไฟฟ้า เพราะการใช้งานรถ 2 แถวมีระยะทางเฉลี่ยต่อวันค่อนข้างคงที่ ทำให้การออกแบบที่เหมาะสมมีเงื่อนไขที่ไม่เป็นอุปสรรคมากนัก และผู้ประกอบการขับรถ 2 แถว มีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นโครงการนี้จะส่งผลให้เป็นการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้เมื่อรถเครื่องยนต์สันดาปลดลงจะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นด้วย