KMITL Expo 2026 LogoKMITL 66th Anniversary Logo

การจำแนกระดับทักษะในการเขียนของเด็กโดยใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ

รายละเอียด

ในปัจจุบันปัญหาด้านภาวะพัฒนาการบกพร่องด้านการเขียนที่เกิดขึ้นในเด็กนั้น เป็นปัญหาที่ควรให้ความ สําคัญอย่างมากสําหรับเด็กในวัยเรียนรู้ โดยการวินิจฉัยว่าตัวเด็กนั้นมีความผิดปกติทางภาวะพัฒนาการบกพร่องด้านการเขียนหรือไม่นั้น จำต้องอาศัยแบบประเมินทักษะในการเขียน ซึ่งจะถูกนำไปให้ผู้ที่ต้องการวินิจฉัยทำ และถูกประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของรูปแบบในการวินิจฉัยที่ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงทำให้มีความต้องการทางด้านทรัพยากรบุคคลเป็นอย่างมาก เราจึงทำการออกแบบวิธีในการให้คะแนนผ่านแบบประเมินทักษะในการเขียน โดยใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพและอาศัยเกณฑ์การให้คะแนนจากเกณฑ์ดังเดิม โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนที่สามารถหาได้ปัจจุบันอยู่ 3 เกณฑ์ตอนนี้ คือ ตําแหน่ง การเขียนบทความ รูปแบบบทความ และความเร็วในการคัดลอก อีกทั้งเรายังทำการจัดสร้างเว็บแอปพลิเคชันเพื่อให้สามารถให้งานระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

ปัญหาด้านภาวะพัฒนาการบกพร่องด้านการเขียนที่เกิดขึ้นในเด็กนั้น เป็นปัญหาที่ควรให้ความ สำคัญอย่างมากสำหรับเด็กในวัยเรียนรู้ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทักษะพื้นฐานอันเป็นหัวใจ หลักของการเรียนรู้สำหรับเด็กในอนาคต เช่น ทักษะการคำนวณพื้นฐาน ทักษะด้านการสื่อสารรวม ถึงทักษะในการเข้าสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเด็กในอนาคต ถึงกระนั้นภาวะพัฒนาการ บกพร่องด้านการเขียนก็ได้รับความสนใจในการศึกษาค้นคว้าน้อยกว่าภาวะความบกพร่องในด้านอื่น ๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความซับซ้อนจากหลากหลายปัจจัย ถึงแม้ว่าการที่ภาวะพัฒนา การบกพร่อง ด้านการเขียนมักถูกวินิจฉัยเมื่อเข้าสู่สถานศึกษา แต่ก็ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการแพทย์ เพื่อมาชี้แนะและแนะนำแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อเฝ้าระวังและรักษาภาวะความบกพร่องนี้ได้อย่างทัน ท่วงที ปัจจุบันภาวะพัฒนาการบกพร่องด้านการเขียนจะถูกวินิจฉัยด้วยระดับของทักษะความสามารถ ในการเขียนของผู้ที่ถูกประเมิน ซึ่งจะถูกประเมินโดยลักษณะความผิดพลาดของการเขียนที่เห็นได้อย่าง ชัดเจน เช่น การสร้างรูปแบบบทความ การจัดเรียงบรรทัดหรือรูปแบบในการสร้างตัวอักษร โดยจะ ถูกประเมินผ่านการสังเกตของมนุษย์ จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะสามารถมั่นใจได้ว่า ผลลัพธ์จากการประเมินดังกล่าวนั้นถูกต้อง จึงทำให้การวินิจฉัยภาวะพัฒนาการบกพร่องในการเขียน นั้นต้องอาศัยบุคลากรเป็นอย่างมาก และยังไม่มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือใด ๆ ที่จะทำให้การวินิจฉัย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทางเราจึงเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีประมวลผลภาพเข้ามาปรับใช้ในการตรวจสอบข้อผิดพลาด ใน การเขียนของเด็กโดยอาศัยเทคนิคต่าง ๆ เพื่อทำการหาปัจจัยที่เป็นตัวบ่งบอกถึงระดับทักษะใน การเขียน และนำข้อมูลดังกล่าวที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพ มาวิเคราะห์เพื่อทำการแบ่ง ระดับทักษะออกมาโดยเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาหรือใช้สำหรับ ประกอบควบคู่ไปกับการวินิจฉัย

นวัตกรรมอื่น ๆ

การศึกษาและออกแบบเครื่องกักเก็บฝุ่น PM แบบไฟฟ้าสถิตเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดและที่มา

คณะวิศวกรรมศาสตร์

การศึกษาและออกแบบเครื่องกักเก็บฝุ่น PM แบบไฟฟ้าสถิตเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดและที่มา

ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้จากหลายแหล่งที่มา เช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ การเผาในที่โล่ง ไฟป่า และอื่นๆ ดังนั้น แหล่งที่มาของฝุ่นในแต่ละพื้นที่จึงมีแนวโน้มที่จะแตกต่างกันไป ในปัจจุบันโดยเป็นการวิเคราะห์เชิงเคมีเป็นหลัก ทางคณะผู้จัดเสนอแนวทางใหม่ในการศึกษาแหล่งที่มาของฝุ่นโดยวิธีการทางกายภาพโดยวิเคราะห์จากขนาดของอนุภาคและโครงสร้างเชิงนาโน การวิเคราะห์ข้างต้นนี้ตัวอย่างฝุ่นจำเป็นที่จะต้องถูกเก็บมาแบบแห้งในระยะเวลาจำกัด โดยไม่ควรใช้แผ่นกรองกระดาษในการเก็บฝุ่น เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการลอกของแผ่นกรองออกมาด้วยในขั้นตอนการนำฝุ่นออกมา ทางคณะผู้จัดทำเห็นสมควรว่าเครื่อง Electrostatic Precipitator (ESP) หรือ เครื่องดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตย์ นั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาเป็นเครื่องดักฝุ่นเพื่อนำไปทดสอบทางกายภาพตามที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยในงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปในส่วนของการออกแบบและสร้างเครื่อง ESP ที่ใช้ในจุดประสงค์เฉพาะดังกล่าวข้างต้น โดยคณะผู้จัดทำสามารถสร้างเครื่องที่เก็บฝุ่นได้อย่างน้อย 100 mg ภายใน 1 วัน ซึ่งเพียงพอกับการนำไปศึกษาโครงสร้างเชิงนาโนใน 1 ครั้ง นอกจากนี้ จากการทดสอบการทำงานเบื้องต้นพบว่าเครื่องมีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นถึง 80% (ซึ่งมากกว่าเครื่อง ESP ที่หามาได้ตามท้องตลาด) และยังพบอีกว่าประสิทธิภาพในการดักฝุ่นแปรผกผันกับความเร็วอากาศขาเข้า โดยความเร็วอากาศแนะนำจากการทดลองไม่เกิน 2 m/s อย่างไรก็ตามเครื่อง ESP ที่ใช้ในจุดประสงค์เฉพาะนี้ยังมีจุดที่สามารถพัฒนาได้อีก เช่น ความสะดวกในการเก็บฝุ่นที่เกี่ยวเนื่องมาจากลักษณะโครงสร้างเครื่อง และการปรับขนาดของเครื่องให้กระทัดรัดและเหมาะสมกับการใช้งาน เป็นต้น

ระบบควบคุม (DCS) สำหรับหม้อไอน้ำในโรงงานน้ำตาล

คณะวิศวกรรมศาสตร์

ระบบควบคุม (DCS) สำหรับหม้อไอน้ำในโรงงานน้ำตาล

รายงานสหกิจศึกษาฉบับนี้ เป็นการนำเสนอโครงงานการสร้างระบบควบคุม (DCS) สำหรับหม้อไอน้ำในโรงงานน้ำตาล ซึ่งต้องการพัฒนาระบบควบคุมหม้อไอน้ำ 1-8 ให้ทำงานร่วมกันได้ภายใต้ระบบ DCS ของ ABB โดยใช้โปรแกรม ABB Ability™ System 800xA ภาพรวมการทำงานของระบบคือการสร้างโปรแกรมควบคุมที่เริ่มจากรับกากอ้อยที่เหลือจากการหีบอ้อยในการผลิตน้ำตาลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้หม้อไอน้ำ ควบคุมการทำงานของหม้อไอน้ำตั้งแต่การดูดอากาศเข้าห้องเชื้อเพลิง ควบคุมการทำงานภายในหม้อไอน้ำ ตลอดจนการบำบัดอากาศที่ออกจากหม้อไอน้ำก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ โดยโครงงานเริ่มตั้งแต่การสร้างโปรแกรม DCS ออกแบบและจัดทำกราฟิกหน้าจอแสดงผล HMI ศึกษาและออกแบบระบบควบคุมการทำงานของหม้อไอน้ำ จัดทำเอกสารเกี่ยวกับโครงงานและกระบวนการควบคุมด้วยระบบ DCS โดยใช้โปรแกรม ABB Ability™ System 800xA ตลอดจนถึงผลลัพธ์ของการปฏิบัติงาน

JALA (เทียนหอมไขข้าวหอมมะลิ)

คณะบริหารธุรกิจ

JALA (เทียนหอมไขข้าวหอมมะลิ)

แบรนด์ JALA ได้ก่อตั้งธุรกิจเทียนหอมไขข้าวหอมมะลิขึ้นจากความต้องการแก้ปัญหาความเครียด ในชีวิตประจำวัน โดยใช้ศาสตร์ “สุคนธบำบัด (Aromatherapy)” ในการผ่อนคลายอารมณ์และบำบัดความเครียด เทียนหอมจากไขข้าวหอมมะลิถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น ด้วยคุณสมบัติที่เผาไหม้สะอาด ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อุดมด้วยวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิวและยังคงกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์สร้างความผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง JALA ตั้งเป้าหมายที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับดีไซน์แบบโมเดิร์น ทำให้เทียนหอมของแบรนด์นี้ไม่เพียงแต่เป็นสินค้าที่มีประโยชน์ในการบำบัด แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ทันสมัย พร้อมทั้งตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม