ในปัจจุบัน การเติบโตและพัฒนาธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี การทำกิจกรรมต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญในสภาพแวดล้อมที่ดี แต่ปัญหาการรบกวนของนกพิราบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมือง หมู่บ้าน และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ทำลายสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทรัพย์สิน และ มนุษย์ ดังนั้นทางผู้จัดทำจึงได้พัฒนาโครงงาน เครื่องไล่นกพิราบด้วยเลเซอรที่ติดตั้งในที่ที่ไม่สะดวกในการดูแล เพื่อช่วยเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถไล่นกพิราบออกไปจากพื้นที่ให้ได้อย่างปลอดภัยกับสิ่งเเวดล้อม โดยใช้เลเซอร์มีประสิทธิภาพในการไล่นกพิราบได้สูง จากพฤติกรรมการตอบสนองต่อเเสงของนกพิราบ โครงงานนี้ได้มีการบูรณาการความรู้ด้าน Image Processing, Software และ Hardware เพื่อพัฒนาเครื่องไล่นกพิราบที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับและไล่นกพิราบ โดยใช้เลเซอร์อัตโนมัติ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้อมูลรูปภาพทางอินเตอร์เน็ต เเละ การเก็บข้อมูลจริงจากการตั้งกล้องภายในบริเวณอาคารเพื่อเก็บภาพถ่ายจริงจากกล้องที่ใช้พัฒนาโครงงาน ในสภาพเเวดล้อมที่มี เเสงสว่างมาก ถึงเเสงสว่างน้อย (ช่วงเช้า ถึง ช่วงเย็น) เพื่อทำให้สามารถเก็บภาพของนกพิราบได้ใกล้เคียงกับเเวดล้อมที่ใช้งานจริงได้ใกล้เคียงมากที่สุด โดยในงานวิจัยเกี่ยวกับการมองเห็นของนกพิราบ พบว่า นกพิราบมีความไวต่อแสงสีเขียวและสีน้ำเงินอมเขียวมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสนับสนุนการใช้เลเซอร์สีเขียวในการไล่นกพิราบ ควบคู่ไปกับ การควบคุมทิศทางของการฉายเลเซอร์ที่จะส่งผลให้นกพิราบเกิดการตอบสนองเเละบินหนีออกไป
ในปัจจุบันโลกของเรานั้นมีอัตราการพัฒนาและเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าในเชิงทางด้านอุตสาหกรรม ด้านอสังหาริมทรัพย์ หรือด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เราจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องมีการจัดสรรที่อยู่อาศัยและอาคารสถานที่ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากร การทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ จะต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสภาพแวดล้อมที่ดี ทางคณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมของเคหสถาน นั่นก็คือ การรบกวนของนกพิราบที่อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนเมือง หมู่บ้าน บริเวณเคหสถาน อาคาร และ สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนในการทำลายสภาพแวดล้อมและทัศนียภาพของสิ่งก่อสร้างเนื่องจากนกพิราบที่ทำรังบริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์มักจะกลับมายังที่รังเดิมอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นกพิราบสามารถขยายพันธ์ุได้อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความรำคาญจากเสียงหรือปัญหาที่เกิดจากความสกปรกจากการถ่ายมูลหรือจากเศษขยะที่นกพิราบคาบมา ซึ่งก่อให้เกิดเชื้อโรค มลพิษทางกลิ่น และ เป็นพาหะในการนำโรคต่าง ๆ มาสู่มนุษย์ รวมไปถึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ เนื่องจาก ในมูลนกมีฤทธิ์เป็นกรด ที่มีความสามารถในการกัดกร่อนโลหะและ ส่งผลให้เกิดสนิมตามมา สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ทางคณะผู้จัดทำจึงมีความคิดริเริ่มในการพัฒนา เครื่องไล่นกพิราบด้วยเลเซอร์ ซึ่งสามารถติดตั้งในที่ที่ผู้คนนั้นไม่สะดวกในการดูแลจัดการตลอดได้ ไม่ว่าจะเป็น ใต้เพดานของดาดฟ้า ระเบียงของอาคาร หรือ บริเวณหลังคาของโรงงาน โดยจะใช้หลักการของเรื่อง Image Processing ที่ใช้บนคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวขนาดเล็ก Raspberry Pi ในการประมวลผลและตรวจจับนกพิราบ ทำให้ผู้ที่ใช้งานไม่ต้องควบคุมด้วยตนเอง และมีตัวฐานที่สามารถหมุนได้ 180 องศา เพื่อไล่นกพิราบให้ออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยคำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย และ ไม่สร้างอันตรายให้แก่ผู้คน รวมไปถึงตัวนกพิราบในบริเวณนั้น ๆ เนื่องจากเลเซอร์มีระยะในการทำการที่ไกล ปลอดภัยกับมนุษย์ (ในกรณีที่ เลเซอร์ที่มีกำลังต่ำกว่า 5 มิลลิวัตต์ เเละไม่โดนตาของ มนุษย์โดยตรง) เเละ มีประสิทธิภาพในการไล่นกได้สูง เนื่องจากพฤติกรรมทางธรรมชาติ เเละสายตาของนก ที่มีความไวต่อแสงที่สายตามองเห็น เเละ การเคลื่อนไหว เลเซอร์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำให้นกพิราบตกใจ และ ไล่นกพิราบให้ออกไปจากตัวอาคาร หรือ สถานที่ที่ติดตั้งได้ดี ซึ่งหากเทียบกับวิธีการอื่น ๆ เช่น การไล่นกพิราบด้วยเสียงอัลตราโซนิค ที่มีความสามารถในการในทำงานในระยะไกลได้ต่ำ เเละอาจเกิดมลภาวะทางเสียงได้ต่อสิ่งเเวดล้อมหรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้

คณะวิทยาศาสตร์
-

วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ
-

คณะอุตสาหกรรมอาหาร
โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงไอศกรีมกะทิสำเร็จรูปเสริมใยอาหารและโปรตีนจากผงแมลง ซึ่งมีแนวคิดมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นขนมหวานทางเลือกในรูปแบบไอศกรีมชนิดผงที่มีจุดเด่นด้านสุขภาพ คุณค่าโภชนาการ และความยั่งยืน ใช้กะทิซึ่งเป็นวัตถุดิบจากพืชเป็นวัตถุดิบในการผลิตหลักแทนนมวัว เพื่อให้เหมาะสำหรับผู้แพ้แล็กโทสและผู้ที่มีภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง (Lactose Intolerance) พร้อมทั้งมีการเสริมใยอาหารจากอินูลินเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารในเชิงหน้าที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอาหารสำหรับเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และมีส่วนช่วยปรับความสมดุลของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นใยอาหารที่ดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังมีการเสริมโปรตีนจากผงแมลง ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพและเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกแห่งอนาคตที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ไอศกรีมทั่วไป นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมกะทิในรูปแบบผงสำเร็จรูปมีข้อดีที่สามารถนำไปเตรียมเองได้ง่ายและสะดวก ขนส่งและจัดเก็บได้ง่าย โดยผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำไปคืนรูปเป็นไอศกรีมได้โดยการเติมน้ำและปั่น แล้วนำไปแช่แข็งสำหรับบริโภค อีกทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้เป็นเบส (Base) พื้นฐานในการทำไอศกรีมรสชาติอื่น หรือนำไปต่อยอดเป็นส่วนประกอบของขนมหวานหรือเครื่องดื่มปั่นในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ในรูปแบบวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพให้กับธุรกิจบริการอาหารได้อีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีแนวคิดในการพัฒนาให้มีปริมาณไขมันและน้ำตาลต่ำ ดีต่อสุขภาพ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม